

Administrator
เขียนเมื่อวันที่ : 25 Aug 2025
ป้องกัน " ไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี " ด้วยการตรวจ
ไวรัสตับอักเสบบี (HBV) และ ซี (HCV)
ไวรัสตับอักเสบบีและซี (Hepatitis B and C) เป็นการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้อวัยวะ ตับอักเสบ ซึ่งหากมีการติดเชื้อแบบเรื้อรัง อาจนำไปสู่ภาวะ ตับแข็ง และ มะเร็งตับ ได้
1. ใครบ้างที่ควรตรวจคัดกรอง?
เนื่องจากผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ ทำให้การตรวจคัดกรองมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง:
ทุกคน ที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 (ก่อนเริ่มมีการฉีดวัคซีน HBV ในทารกแรกเกิดอย่างทั่วถึง) ควรได้รับการตรวจคัดกรอง HBsAg และ Anti-HCV อย่างน้อย 1 ครั้ง
ผู้ที่มีประวัติ ได้รับเลือด หรือส่วนประกอบของเลือด ก่อนปี พ.ศ. 2533 (ซึ่งยังไม่มีการคัดกรองเชื้อ HCV ในเลือด)
ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกัน
ผู้ที่เคย สัก/เจาะ ตามร่างกาย ด้วยอุปกรณ์ที่อาจไม่สะอาด
ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ หรือมีพฤติกรรมเสี่ยง
บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ที่มีอาชีพเสี่ยงต่อการสัมผัสเลือด
ผู้ที่มีภาวะตับอักเสบ หรือมีค่าการทำงานของตับผิดปกติ
2. ผลกระทบระยะยาว (ระยะเรื้อรัง)
หากการติดเชื้อดำเนินไปสู่ภาวะ ตับอักเสบเรื้อรัง (เป็นพาหะนานเกิน 6 เดือน) การอักเสบที่ตับจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง:
พังผืดในตับ (Fibrosis): การอักเสบเรื้อรังทำให้เกิดเนื้อเยื่อพังผืดสะสมในตับ
ตับแข็ง (Cirrhosis): เป็นภาวะที่ตับถูกทำลายอย่างรุนแรงและเกิดพังผืดจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ อาจมีอาการแทรกซ้อน เช่น ท้องมาน (ท้องบวมน้ำ), เส้นเลือดในหลอดอาหารโป่งพอง, และภาวะสมองเสื่อมจากตับ (Hepatic Encephalopathy)
มะเร็งตับ (Hepatocellular Carcinoma - HCC): ไวรัสตับอักเสบบีและซีเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งตับในประเทศไทยและทั่วโลก
การรักษาในระยะเรื้อรัง:
HBV: รักษาด้วยยาต้านไวรัสเพื่อควบคุมปริมาณเชื้อและลดการอักเสบ (ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในทุกกรณี แต่สามารถควบคุมโรคได้)
HCV: สามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยยาต้านไวรัสชนิดใหม่ (Direct-Acting Antivirals - DAAs) ภายในระยะเวลาสั้นๆ
ดังนั้น การตรวจพบเชื้อและเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันภาวะตับแข็งและมะเร็งตับ เนื่องจากทั้งไวรัสตับอักเสบบีและซีมักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก การ ตรวจคัดกรอง เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้ทราบสถานะการติดเชื้อ และเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะตับแข็งและมะเร็งตับ