

Administrator
เขียนเมื่อวันที่ : 28 Aug 2025
โรคหลอดเลือดสมอง เรื่องใกล้ตัวที่ต้องระวัง!!
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) คือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างเฉียบพลัน เนื่องจากความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง ซึ่งอาจเกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน หรือแตก ทำให้สมองขาดออกซิเจนและสารอาหาร ส่งผลให้เซลล์สมองเสียหายหรือตายลง นำไปสู่ความผิดปกติของร่างกาย เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หรืออาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
ประเภทของโรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่:
โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic Stroke): เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด (ประมาณ 85%) เกิดจากการที่มีลิ่มเลือดหรือไขมันไปอุดตันหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ทำให้เลือดไม่สามารถไหลผ่านได้
โรคหลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke): พบได้ประมาณ 15% เกิดจากหลอดเลือดในสมองแตก ทำให้มีเลือดไหลออกสู่เนื้อสมอง หรือในช่องว่างรอบสมอง มักเกิดจากภาวะความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการควบคุม
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่:
โรคประจำตัว: ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง, และโรคหัวใจ
พฤติกรรมเสี่ยง: การสูบบุหรี่, การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก, การขาดการออกกำลังกาย, ภาวะอ้วน และความเครียด
อายุ: ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น
อาการ
อาการของโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและรวดเร็ว ควรสังเกตอาการตามหลัก BE FAST ดังนี้:
B (Balance): การทรงตัวผิดปกติ เดินเซ
E (Eyes): ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือมองไม่เห็นในตาข้างใดข้างหนึ่งอย่างเฉียบพลัน
F (Face): ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว มุมปากตก
A (Arms): แขนขาอ่อนแรง ไม่มีแรง หรือชาครึ่งซีก
S (Speech): พูดไม่ชัด พูดติดขัด ลิ้นแข็ง หรือพูดไม่ออก
T (Time): เวลาเป็นสิ่งสำคัญ หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
การป้องกันและรักษา
การป้องกัน: ควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ควบคุมความดันโลหิต, ระดับน้ำตาล และไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ, งดสูบบุหรี่, ลดการดื่มแอลกอฮอล์, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
การรักษา: การรักษาจะแตกต่างกันไปตามชนิดและความรุนแรงของโรค โดยแพทย์จะพิจารณาการรักษาที่เหมาะสม เช่น การให้ยาละลายลิ่มเลือด การผ่าตัด หรือการทำกายภาพบำบัด เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังการรักษา
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่สงสัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของความพิการและลดโอกาสการเสียชีวิตได้